เข้าสู่ระบบ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- คุณไพฑูรย์
- คุณจันทนี

คลังสินค้าทั่วประเทศ






![]() | Today | 1078 |
![]() | Yesterday | 134 |
![]() | This week | 1920 |
![]() | Last week | 2074 |
![]() | This month | 4791 |
![]() | Last month | 9290 |
![]() | All days | 101849 |
Your IP: 38.107.179.229
Today: พ.ค. 17, 2012
มะโฮ เบต้ากลูแคน Beta Glucan กับ โรคภูมิแพ้ (allergy) และระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System)
ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) หรือระบบภูมิต้านทาน
เป็นระบบภูมิคุ้มกันที่ร่างกายมีไว้ เพื่อป้องกันตัวเองจากสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อันได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์หรือเชื้อโรค ที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ และเซลล์ที่ผิดปกติเช่น เซลล์มะเร็ง ด้วยการทำลาย กัดกิน แล้วกำจัดออกจากร่างกาย
หากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเปลี่ยนไปจากเดิม หรือเกิดการผิดปกติจะก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ
1. โรคภูมิแพ้ชนิดปกติ (Allergy)
2. โรคภูมิแพ้ตนเอง (Autoimmune disease)
โรคภูมิแพ้ชนิดปกติ (Allergy)
โรคภูมิแพ้ชนิดปกติ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ มีปฏิกริยาไวเกินต่อสิ่งแปลกปลอม หรือสารก่อภูมิแพ้ (Allergen ) ที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งปัจจุบันนี้โรคภูมิแพ้มีสถิติเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
โรคภูมแพ้ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้หลายชนิดเช่น
- จมูกอักเสบจากการแพ้อากาศ น้ำมูกไหลมาก คัดจมูก จาม คันจมูกเรื้อรัง
- เป็นลมพิษ มีอาการ คัน เป็นผื่น บวม นูน ตามผิวหนัง
- ตาอักเสบจาการแพ้ ทำให้มีอาการ แสบตา คันตา น้ำตาไหล ตาบวม
- ผื่นภูมิแพ้ บริเวณผิวหนัง คันตามผิวหนัง ผิวแห้ง
- หอบ หืด มีอาการแน่นหน้าอก ไอ หายใจเสียงหวีด ฯลฯ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ คือ พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม สารก่อภูมิแพ้ (Allergen ) อาจมาจากหลายแหล่ง เช่น เกสรดอกไม้ มูลไรฝุ่น ขนสัตว์เลี้ยง น้ำหอม หรือกระทั่งแมลงสาบ ซึ่งมีอยู่ในสิ่งที่ขับถ่ายออกมา และจากสารคัดหลั่งของแมลงสาบ
โรคภูมิแพ้ตนเอง (Autoimmune disease หรือ ออโตอิมมูน ดิซีส)
โรคภูมิแพ้ตนเอง เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ โดยก่อให้เกิดการต้านต่อ เนื้อเยื่อ และทำลายเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกาย และ/หรือ อวัยวะ ต่างๆของร่างกาย ซึ่งอาจเกิดเฉพาะที่ เช่น
- โรคแผลเป็นนูน หรือ คีรอยด์ (Keloid)
- เกิดกับเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆทั่วตัว เช่น โรคลูปัส (โรคเอสแอลอี หรือ โรคพุ่มพวง หรือ lupus หรือ SLE หรือ Lupus erythematosus)
- โรคไขข้ออักเสบชนิดเรื้อรัง
- โรคตับอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตนเอง
- โรคสะเก็ดเงิน
- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (immunodeficiency)
วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ (allergy) และ โรคภูมิแพ้ตนเอง (Autoimmune disease หรือ ออโตอิมมูน ดิซีส)
1. หลัการสำคัญ คือการหลีกเลี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้ ถ้าทราบว่าแพ้สิ่งใดเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
ถ้าสารนั้นไม่เข้าร่างกายปฏิกิริยาก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการของโรคได้
2. วิธีการรักษาด้วยยา
แพทย์จะให้ยาตามอาการและอวัยะที่เกิดอาการแพ้ เพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยารับประทาน
ยาหยอดตา ยาพ่นปอด ยาพ่นจมูก ยาทาผิวหนัง
3. วิธีการตราจสอบสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เพื่อผลิตวัคซีนภูมิแพ้ โดยการฉีดสารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ โดยเพิ่มปริมาณสารขึ้นทีละน้อย ซึ่งต้องฉีดอย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะเวลาพอสมควร จนทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อสารนั้น
4. ฟื้นฟูภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดทุกชนิด รับประทานสารอาหารให้ครบถ้วน
มะโฮ เบต้ากลูแคน Beta Glucan ทำงานอย่างไร
- มะโฮ แบต้ากลูแคน Beta Glucan ทำหน้าที่ปรับระดับภูมิต้านทานที่ผิดปกติ ให้กลับมาเป็นปกติ โดยสอนให้เซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นเซลล์ภูมิต้านทานหลักของร่างกาย แยกแยะ และจดจำว่าเซลล์ชนิดใดเป็นเซลล์เนื้อเยื่อร่างกาย เซลล์ใดเป็นสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค
- เมื่อมะโฮ เบต้ากลูแคน Beta Glucan ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก จะกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานให้เริ่มทำงาน กำจัดเชื้อไวรัส และสิ่งแปลกปลอม ยังยั้งและต่อต้านการปล่อยอนุมูลอิสระออกมาทำร้ายเซลล์ร่างกาย จึงบรรเทาการตอบสนองที่ผิดปกติ และฟื้นฟูภูมิต้านทานได้
- มะโฮ เบต้ากลูแคน Beta Glucan กระตุ้นให้เซลล์ภูมิต้านทานทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างแม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน จึงไม่หันมาโจมตีเซลล์ของร่างกายตนเอง โดยภูมิต้านทานจะไม่ทำงานมากเกินพอดี จะหยุดทำงานเมื่อสิ่งแปลกปลอมหมดจากร่างกายแล้ว
- มะโฮ เบต้ากลูแคน Beta Glucan ช่วยทำให้ระบบที่สำคัญ ทั้ง 3 ของร่างกายทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพอันได้แก่
1. ระบบประสาท
2. ระบบต่อมไร้ท่อ
3. ระบบภูมิต้านทานโรค
ระบบประสาทจะทำหน้าที่ออกคำสั่งไปกระตุ้นระบบต่อมไร้ท่อให้ปล่อยฮอร์โมนต่าง ๆ เป็นไปอย่างสมดุล
ระบบประสาทจะกระตุ้นระบบภูมต้านทานโรคให้มีหน้าที่แยกแยะสิ่งแปลกปลอม และค้นหาศัตรูที่บุกรุกจากภายนอกร่างกาย และทำการฟื้นฟูรักษาร่างกาย














Comments
RSS feed for comments to this post